Alice Nine: “เพราะตอนนี้เราเต็มไปด้วยประสบการณ์ จึงสร้างสรรค์งานแบบนี้ขึ้นมาได้ นี่คือหนึ่งในคำตอบของพวกเรา” Part 1+2

Alice Nine วางแผงอัลบั้มใหม่ที่ชื่อ Supernova แล้ว เพื่อเสริมความอลังการของการครบรอบ 10 ปีของวงในปีนี้ BARKS ได้ไปสัมภาษณ์วงอีกครั้ง หลังจากการสัมภาษณ์ไปแล้วเมื่อ Alice Nine ออกซิงเกิ้ล SHINING เมื่อบทสนทนาดำเนินไปนั้นสมาชิกวงได้เปิดเผยเรื่องราวพิเศษเบื้องหลังอัลบั้ม Supernova มากมาย เชิญอ่านบทสัมภาษณ์นี้ซึ่งเราอยากให้แฟนๆของ Alice Nine ทุกคนได้อ่านกันเลย

* มือกลองนาโอะ ป่วยในวันสัมภาษณ์จึงไม่ได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์ครั้งนี้

-- เราได้ฟังอัลบั้ม Supernova แล้ว และรู้สึกเหมือน...กำลังกินพิซซ่า 2 หน้าใน 1 ถาด (half-and-half)

โทระ – ความรู้สึกนั้นก็ใช่ว่าจะไม่ถูกนะครับ เขาชอบพิซซ่านะ ซางะน่ะ

ซางะ – แล้วผมก็ชอบสั่ง half-and-half บ่อยด้วย!

-- จริงหรือ (หัวเราะ)

ซางะ – การทำอัลบั้มนี้คล้ายกับตอนทำ GEMINI มาก ครึ่งแรกของอัลบั้มคือหน้าตาของ Alice Nine ที่คนส่วนใหญ่เห็นซึ่งจบด้วยเพลง shooting star และจากเพลง Exist เป็นต้นไปเปรียบเหมือนเราถอดเสื้อผ้าออกครับ (หัวเราะ) การทำเพลงในอัลบั้มนี้เหมือนจะสื่อว่า “จริงๆ แล้วร่างของพวกเราเป็นแบบนี้”

-- ถ้าอย่างนั้น half-and-half ก็ถูกงั้นเหรอ

ซางะ – นั่นแหละครับเป็นเหตุผลที่ผมชอบ half-and-half อัลบั้ม GEMINI ก็เหมือนกัน มีหลายสิ่งที่สุดท้ายแล้วออกมาเป็นแบบนั้นเพราะไม่ว่ายังไงก็จะมีวิธีที่ไม่เหมือนกันในการคิดเพลงในอัลบั้มและการคิดเพลงในซิงเกิ้ล

-- จริงๆ แล้วมันหมายความว่ายังไง

ซางะ – ซิงเกิ้ลเป็นสิ่งที่สื่อถึงผู้คนง่ายเป็นสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญที่สุด ดังนั้นพวกเราจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลือกส่วนของ Alice Nine ที่ผู้คนทั่วไปจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดตอนที่ทำซิงเกิ้ล จะดึงเอาส่วนนั้นออกมากให้มาที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ Alice Nine เองก็มีหลายด้านอยู่แล้ว เหมือนกับคนปกติทั่วไปและมีหลายส่วนที่แสดงออกมาเลยไม่ได้ ถ้าส่วนเหล่านี้ไม่ตามมาหลังจากที่พวกเราเปิดทางด้วยซิงเกิ้ลแล้วพวกเราก็คงแสดงส่วนนั้นที่ซ่อนอยู่ออกมาไม่ได้ ดังนั้นส่วนนี้จึงอยู่ในครึ่งหลังของอัลบั้ม

โช – พูดสั้นๆ คือ เหมือนกับพวกเราในแบบที่แต่งตัวอย่างดี กับพวกเราที่เปลือยหมดเลยใช่มั้ย (หัวเราะ)

ซางะ – ใช่ โปรดิวเซอร์หลักในครึ่งแรกของอัลบั้มคือคุณฮิระอิเดะ และ “KID” ในครึ่งหลัง มีหลายเพลงเลยที่ทำขึ้นมาโดยใช้แค่เสียงของวงเท่านั้น (ซางะคงหมายถึงไม่มีเสียงสังเคราะห์ในเพลง เป็นเสียงร้อง กีตาร์ เบส กลอง ล้วนๆ)

-- พวกคุณไม่ได้ทำเพลงทั้งหมดกับคุณฮิระอิเดะ

ฮิโรโตะ – เขาเป็น engineer ของทุกเพลงยกเว้นอยู่สองเพลงครับ แต่เขามีส่วนร่วมกับโปรดักชั่นของหลายเพลงในครึ่งแรกของอัลบั้ม

-- ในบรรดาเพลงทั้งหมดที่โปรดิวซ์โดยคุณฮิระอิเดะ พวกคุณเลือกเพลง SHINING เป็นเพลงแรก

โช – ที่จริงแล้วตอนแรกเพลงนั้นแต่งโดยซางะเพื่อจะให้เป็นเพลงแรกของอัลบั้มครับ แต่เพลงออกมาดีมากจนเราตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล

-- อย่างนี้เอง พอเปิดอัลบั้มด้วยเพลง SHINING กับ “+-” (puramai) มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพลงที่เอามาจากการเล่นไลฟ์เลย

ซางะ – เป็นเพราะเมื่อก่อนผมมักจะปลีกตัวเองอยู่ในห้องและจมอยู่ในโลกของตัวเองบ่อยๆ เวลาผมแต่งเพลง แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มีหลายเพลงที่ผมแต่งทันทีหลังจากเล่นไลฟ์เสร็จ ก็เลยทำให้ผมแต่งเพลงพวกนั้นในฐานะ “ซางะจังแห่ง Alice Nine”

-- เอ่อ ซางะจัง? (ทุกคนหัวเราะ) จากนี้ไปเรียกแบบนี้ได้ไหม

ซางะ – ไม่ อย่าเลยครับ (หัวเราะหึๆ) แต่คราวนี้ความรู้สึกนั้นมันรุนแรง ตอนที่ผมขังตัวเองในห้องและแต่งเพลง มันจะกลายเป็นเพลงที่แสดงตัวเองของผมออกมา 100% เลย และไม่ใช่การวาดภาพตัวตนของ Alice Nine ที่แท้จริง ซึ่งโดยตัวมันเองแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีหรอกครับ เพียงแต่ผมแต่งเพลงที่ทำให้คนอื่นคิดว่า “นี่เหรอ Alice Nine” ในตอนที่พวกเขาฟัง พวกเราเริ่มทำอัลบั้มนี้กันทันทีหลังจากทัวร์เสร็จโดยไม่มีเวลาพักเลยและเป็นช่วงที่ผมยังคิดถึงแต่เรื่องเกี่ยวกับ Alice Nine ดังนั้นเสียงในไลฟ์ของพวกเราจึงยังก้องอยู่ในหัวผม หลายเพลงที่ผมแต่งเป็นเพลงเรียบง่ายที่ใช้แค่เสียงของวงเราเท่านั้น ซึ่งเห็นชัดเจนมากในเพลง “+-” ตอนนั้นเหมือนผมอยู่ในโหมด “ต่อสู้มือเปล่า”ครับ

-- คุณหมายถึงโหมดของคุณตอนที่แต่งเพลงใช่ไหม

ซางะ – ใช่ครับ และอัลบั้มนี้ก็เหมือนถูกแบ่ง มันให้ความรู้สึกเหมือนมี 2 แผ่น

-- หือ จริงเหรอ แต่มีซีดีแค่แผ่นเดียวใช่ไหม

ซางะ – ซีดีแผ่นที่ 2 ยังไม่เสร็จครับ เราต้องใช้เวลามากกว่านี้เพื่อจะทำให้เสร็จ พวกเราก็เลยตัดสินใจจะแบ่งมันออก และทำให้ Supernova แผ่นนี้เป็นอัลบั้มที่เรียบๆ เหมือนการสู้มือเปล่า พวกเราตัดสินใจว่าอย่างนั้น

-- มีบางสิ่งเกี่ยวกับอัลบั้มนี้ที่ฟังง่ายอยู่แน่นอนเลย

ซางะ – คือความยาวของอัลบั้มก็แค่ 42 นาทีเองครับ มันสั้น

ฮิโรโตะ – พวกเราไม่ได้ใส่เพลงที่ยาวลงตรงกลางของอัลบั้มเหมือนที่เคยทำมา เราตัดเพลงนั้นออก ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้ส่วนนั้นที่เราตัดออกเมื่อไหร่

ซางะ – ผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะแต่งเพลงบัลลาดช้าๆ และยาวแบบนั้น แถมเพลงช้าเป็นสิ่งที่ผมบังคับตัวเองให้แต่งไม่ได้ด้วย ดังนั้นฮิโรโตะเลยแต่งเพลงเจ๋งๆ ที่ชื่อว่า from KURAYAMI (เพลงในซิงเกิ้ล SHINING) ตอนนั้นรู้สึกแบบ “หือ ตอนนี้ในเวลาแบบนี้น่ะเหรอ” (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่า “น่าจะรอจนกว่าเราจะทำอัลบั้มต่อไป”

ฮิโรโตะ – โอเคงั้นสำหรับอัลบั้มต่อไป ผมจะแต่งเพลงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า KURAYAMI

ซางะ – อืม เพราะครั้งนี้เราทำอัลบั้มเรียบง่ายอย่าง Supernova อัลบั้มต่อไปเลยจะไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน ส่วนหนึ่งในตัวผมรอคอยอัลบั้มนั้นมากๆ

-- ถ้าคุณแต่งเพลงบัลลาดไม่ได้คุณจึงตัดสินใจว่าอะไรที่ตรงไปตรงมาก็โอเคในตอนนี้

ซางะ – เราตัดเรื่องพวกนั้นออกหมดเลย เราตัดเรื่องอย่างเช่น เราควรจะรวมเพลงที่อลังการมากกว่านี้ไหมเพราะนี่คืออัลบั้ม หรือเราควรจะเพิ่มเพลงบัลลาดให้มากกว่านี้ไหม พวกเราตัดสินใจว่าคราวนี้เราไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้

โช – เราจะเล่นเพลงในอัลบั้มนี้ที่ไลฟ์เฮ้าส์ต่างๆ และผมคิดว่าคนอื่นจะได้เห็นด้วยตาของพวกเขาและรู้สึกถึงการที่เพลงต่างๆ ที่เราคิดว่าจำเป็นจะเติมเต็มทิวทัศน์ในไลฟ์และดึงเอาความร้อนแรงกับพลังออกมา หลังการแสดงของเราที่ Akasaka BLITZ จบลง คุณบอกพวกเราเองนี่ครับว่า “ถึงแม้จะมีเพลงมากมายแต่การเหลือความรู้สึกบวกเอาไว้คือสิ่งที่ Alice Nine เป็น”

-- หืม? ด้วยความรู้สึกที่คล้ายกันแบบนั้นน่ะเหรอ

โช – ผมเองก็คิดว่านั่นคือสิ่งสำคัญของ Alice Nine ครับ ผมคิดว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่โดดเด่นในเพลงของ Supernova ดังนั้นอัลบั้มนี้จึงไม่ได้เต็มไปด้วยอะไรหลายๆ แบบ ... ก่อนเราจะเริ่มให้สัมภาษณ์ผมคุยกับสมาชิกแล้วก็บอกว่า “ไม่พูดถึงเรื่องนี้กันเถอะนะ” แต่ซางะพูดไปแล้ว ตอนที่พวกเราคุยกันเรื่องที่จะทำอีกอัลบั้มหนึ่งต่อจาก Supernova ผมจินตนาการไว้ว่าจะให้มีธีมที่ตรงข้ามกันกับ Supernova ทั้งตัวเพลงและเนื้อเพลงของ Supernova นั้น ให้ความรู้สึกที่สว่างจ้าและเป็นการระเบิดจากความว่างเปล่าและพวกเราก็คิดว่าแค่ยึดแก่นนั้นไว้จะทำให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด

ซางะ – ดังนั้น สำหรับคนที่ฟังอัลบั้มก่อนหน้านี้ของ Alice Nine ผมว่าคงจะมีความรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่ทั้งหมดใช่ไหมเนี่ย”

-- ใช่เลย รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เหมือนกับว่า กินพิซซ่า half-and-half หมดถาดแล้วและคิดว่ามันอร่อยนะ แต่ถ้าได้กินพิซซ่าของ Alice Nine อีกสักถาดคงจะรู้สึกดีมากหรือไม่ก็รู้สึกถึงความสำเร็จ

ซางะ – พวกเราตัดหลายอย่างออกเพราะเราเข้าใจความรู้สึกนั้นครับ

โช – แต่สิ่งที่ผมอยากพูดคือ พวกเราไม่เสียใจอะไรกับอัลบั้มนี้เลย มันเป็นรูปแบบหนึ่งที่เราตั้งใจทำมันให้เสร็จ นี่คือข้อความของพวกเราในตอนนี้ Alice Nine รวมตัวกันมาได้สิบปีแล้วแต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ พื้นฐานของพวกเราก็คือ “สิ่งที่บวก” เราอยากสื่อถึงสิ่งนี้ให้ชัดเจนและสื่อในแบบที่ประณีตมากกว่านี้ เราสามารถพักแกนหลักของวงไว้เพื่อสร้างงานแบบนี้ได้ก็เพราะอัดแน่นไปด้วยประสบการณ์ต่างๆ นั่นคือหนึ่งในคำตอบของพวกเราครับ แต่... เพราะผมพูดไปเยอะเสียขนาดนี้แล้ว... อ่า ตอนนี้ซางะกำลังทำหน้าเหมือนบอกว่า “มีอะไรมากกว่านี้แน่นอน อย่าคิดว่าจะหมดแค่นี้นะ” (หัวเราะ)

ซางะ – สำหรับอัลบั้มนี้เนี่ย ผมคิดว่าแฟนๆ คงจะมีความเห็นว่า “น่าจะมีมากกว่านี้อีกนี่” แต่ผมคิดว่าจุดสำคัญของอัลบั้มหนึ่งๆ คือเพื่อให้พวกเราได้สื่อออกมาว่าพวกเราเป็นใครในฐานะวงดนตรี ในช่วงเวลานั้น ดังนั้น นี่คือคำตอบของ Alice Nine ณ ตอนนี้ครับ ถึงแม้คนอื่นจะพูดว่า “ทำไม” พวกเราก็คงไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจาก “นี่แหละคือสิ่งที่เป็นในตอนนี้”

ฮิโรโตะ – เพราะว่านี่คือโหมดของพวกเราในตอนนี้

ซางะ – ใช่ เหมือนกับว่า “รอก่อน ยังมีอีกนะ ความรู้สึกที่คุณรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปก็เป็นสิ่งที่เราตั้งใจหลงเหลือไว้ให้คุณนั่นแหละ”

-- ตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะ! บอกเราเรื่องเพลงมากกว่านี้หน่อยได้ไหม เพลงที่สาม SEVEN กับเพลงที่สี่ Mobius สองเพลงนี้มาจากอุลตร้าแมนเหรอ (หัวเราะ) (ทั้ง SEVEN และ Mobius เป็นชื่ออุลตร้าแมนทั้งคู่ XD)

ทุกคน – หัวเราะ

โช – มันแค่บังเอิญน่ะครับ ผมรู้จักถึงแค่อุลตร้าแมนทาโร่เอง

ฮิโรโตะ – ทาโร่นี่เก่ากว่าอีกไม่ใช่เหรอ

โทระ – (เริ่มเสิร์ชหาทันที) ทาโร่ออกปี 1973

โช – โอ้ ผมดูตอนที่ฉายรีรันน่ะ (หัวเราะ)

-- ชื่อเพลง SEVEN หมายถึงอะไร

โช – ภาพที่ผมเห็นตอนฟังเพลงนี้คือโลกที่ทุกสิ่งดำมืดไปหมดยกเว้นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ซึ่งสร้างจากภาพโฮโลแกรมเจ็ดสีก็เลยเอาชื่อมาจากตรงนี้

-- ดีที่ได้ถาม เราคงไม่รู้หากไม่ได้ถาม

โทระ – ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

โช – ถ้าผมไม่พยายามทำให้มันเข้าใจง่ายก็จะเป็นแบบนี้ล่ะครับ ถ้ามีคนบอกให้ผมเขียนเพลงซิงเกิ้ล ผมก็จะทำให้มันเข้าใจง่าย แต่พอผมเขียนอะไรแบบนี้ออกมา ส่วนใหญ่แล้วผมจะก้าวเข้าไปในโลกของตัวเองและเริ่มเขียนเพื่อสนองความสนุกของตัวเองครับ

-- ภาพลักษณ์ของเพลง Mobius คืออะไร

โช – เราทำเพลงนี้ให้ออกมาป๊อบมากๆ ถึงแม้ว่าเนื้อเพลงจะวาดภาพความรักหวานเหมือนน้ำตาลแต่ในท่อนกลางๆ ผมจะลบล้างความหวานที่ว่าออกหมดเลย แล้วก็เล่นคำเยอะด้วย

-- พอได้ฟังหมดทั้งอัลบั้มแล้ว เพลง Daybreak ดูจะเปล่งประกายออกมา เป็นงานที่เหนือขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย

ฮิโรโตะ – เป็นสิ่งที่ผมคิดตอนมาสเตอริ่งอัลบั้มเลยครับ เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกที่เราทำหลังจากย้ายต้นสังกัด (หมายถึงต้นสังกัดที่อลิสปล่อยงานเพลงนะก๊ะ ตอนนี้อยู่ Universal) ทีมงานใหม่รวมไปถึงไดเร็กเตอร์คนใหม่ล้วนใส่ความหวังของ “new Alice Nine” ลงไปในเพลงนี้ครับ

โช – เพราะว่าพวกเรามีโอกาสได้ฟังความคิดของทุกคนที่ว่า “Alice Nine สามารถไปได้ไกลกว่านี้” พวกเราเลยสามารถทำเพลงแบบนี้ขึ้นมาได้ครับ

โทระ – พวกเราไม่ได้รู้อะไรเท่าไหร่ตอนที่กำลังทำเพลงนี้ แต่พอเราได้เล่นเพลงนี้ในไลฟ์ ผมรู้สึกทึ่งกับพลังของเพลงนี้มาก

-- แล้วจากนั้นครึ่งหลังก็เริ่มต้นด้วยเพลง Exist ท่อนฮุคกับเนื้อเพลงมีพลังมากเลย

โช – เนื้อเพลงตรงไปตรงมามากเสียจนผมรู้สึกเขินนิดๆ ครับ Mobius กับ SEVEN ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวผมเอง ฟังแล้วเหมือนกับฟังเรื่องๆ หนึ่งอยู่ แต่ว่าเพลงนี้เป็นเพลงเกี่ยวกับตัวผม “+-” ก็เหมือนกัน แต่กับเพลงนี้ ใจบริสุทธิ์ของซางะที่อยู่ในเพลงนี้ทำให้ผมซื่อตรงมากขึ้น ปกติแล้วผมจะไม่เถรตรงขนาดนี้ ปกติผมก็จะเป็นเหมือนอย่างที่บอกใน Exist คือดิ้นรนแต่ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ขึ้นมา ผมคิดว่าแฟนๆ ก็คงรู้เรื่องนี้

-- เพลงที่ไม่เข้าพวกในอัลบั้ม 1 Minute Kidding กับ KID ดูจะเป็นเพลงที่ไม่ปกตินักสำหรับเพลงที่แต่งโดยโทระ

โทระ – ผมมีภาพอยู่ในหัวครับ ผมเริ่มทำเพลงกับ Jazzin’ Park ซึ่งมีคนแนะนำให้ผมรู้จักเขา สิ่งที่ Jazzin’ Park แต่งขึ้นมาในตอนแรกเป็นแค่เสียงเพลงแดนซ์อิเล็กทรอนิกธรรมดาครับ

ฮิโรโตะ – ไม่มีเสียงเบสกับกลองของจริงเลย

โทระ – มีเสียงกีตาร์แค่นิดเดียวด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นเราคงไม่สามารถเล่นในไลฟ์ได้ ผมเลยเอามาเพิ่มกลอง เบส และกีตาร์ และเพื่อจะทำให้เข้ากันได้ผมจึงเปลี่ยนเมโลดี้ทั้งหมด น่าแปลกใจที่มันเข้ากันพอดี มันกลายเป็นสิ่งที่ผมอยากทำพอดีเลยครับ

-- ฟังดูยอดมากเลยนะ แล้วเพลง 1 Minute Kidding เป็นอินโทรของเพลงนี้หรือเปล่า

โทระ – ซางะบอกว่าเขาอยากได้ส่วนที่เหมือนกับเวลาที่ดีเจตามผับใช้เวลาจะเปลี่ยนเพลง สำหรับใช้ในตอนที่เราเล่นเพลง KID ในไลฟ์ พวกเราก็เลยแต่งขึ้นมาสำหรับเล่นในไลฟ์ วันที่เราเลือกเพลงใส่ในอัลบั้ม ซางะทนไม่ไหวแล้วก็เลยบอกว่า “ถ้าเรารวมเพลงนี้เข้าไปด้วยน่าจะดีกว่านะ” (หัวเราะ)

ซางะ – ตอนที่ผมทำตัวลังเลตัดสินใจไม่ได้ ผู้การฮาร์ดคอร์อย่างฮิโรโตะก็จะแบบ “ก็ใส่เข้าไปสิ!” (ทุกคนหัวเราะ) ก็เป็นไปอย่างนี้แหละครับ

โทระ – การเปลี่ยนเพลงไม่ดีมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเรารวมเข้าไปกับเพลง KID ก็จะทำให้เพลงยาวเกินไปก็เลยแยกออกมาเป็นอีกเพลงหนึ่งไปเลย

ฮิโรโตะ – การที่เราแยกออกจากกันก็ทำให้ทั้งอัลบั้มดูดีขึ้นมากด้วยครับ

-- ว่าแต่พวกคุณทุกคนไปผับกันด้วยเหรอ

ซางะ – พวกเราไปกันที่จาการ์ตา (ทุกคนหัวเราะ)

โช – ที่ญี่ปุ่น ผมไปนานๆ ครั้ง

ซางะ – พวกเราไม่ค่อยไปบ่อยเท่าไหร่

-- ถ้างั้นก็ไม่มีใครมี turn table ของดีเจเลยสิ

โช – ผมมีอยู่นะ เล่นเป็นนิดหน่อย

-- จริงเหรอ อยากดูในไลฟ์เลยนะเนี่ย! ในอัลบั้มน่ะ หลังจากเพลง KID แล้วก็เปลี่ยนเป็น SHADOWPLAY (Supernova Edition) ถัดไปก็เป็น Kaisen Zenya แล้วทุกอย่างก็ดูตื่นเต้นมากแต่สุดท้ายอัลบั้มก็จบลงตรงนั้น

โช – ผมรู้สึกว่านั่นคือจุดที่เหมือนเวลาไลฟ์ของเราที่บาร์ดนตรีสดจบลง ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นไปแบบธรรมชาติ

ฮิโรโตะ – การทำให้อัลบั้มกลับไปเหมือนเมื่อก่อนด้วยเพลง Kaisen Zenya เป็นสิ่งที่ดึงอารมณ์ดีครับผมว่า

-- มันทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมากเสียจนทำให้คุณกระหายการต่อสู้ครั้งถัดไปอีก

ซางะ – คือตอนที่คุณออกมาจากบาร์ดนตรีสด การต่อสู้ในชีวิตประจำวันของคุณก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อคุณฟังเพลงพวกนี้และก้าวออกไปข้างนอก นั่นแหละคือที่ที่การต่อสู้ของคุณเริ่มต้นขึ้น นั่นคือจุดประสงค์ของเพลง Kaisen Zenya ครับ

โช โทระ ฮิโรโตะ – โอ้------- นั่นแหละ!

-- ใช่เลย!

ซางะ – ผมเพิ่งคิดเมื่อกี้เอง (หัวเราะ)

โช – BARKS ทำให้พวกเราพูดออกมาเยอะมากเลยล่ะวันนี้ (หัวเราะ)

ซางะ – พูดตามตรง ตรงนั้นคือจุดที่เหมาะสมจุดเดียวของเพลงนี้ โดยส่วนตัวผมเลย อัลบั้มนี้พาพวกเราไปร้านอาหารที่ตื่นตาตื่นใจมากมายหลายร้านมาจนถึงจุดนี้ ดังนั้นมันเลยเหมือนจู่ๆ พวกเราก็เข้าไปร้านราเมงด้วยเพลง SHADOWPLAY แล้วเพื่อไม่ให้ร้านนี้ดูแปลกแยก เราจึงต้องนำมันมาไว้ตรงท้าย

-- เข้าใจแล้วล่ะ! ไม่มีคนอ้วนอาบเหงื่อมาจนถึงจุดนี้ของอัลบั้มเลย

โช – พวกเขาเป็นเด็กเมืองทั้งหมดเลย (ยิ้ม)

-- แล้วคุณก็พาผู้ฟังกลับสู่บ้านด้วย SE (Sound Effect) เพลงสุดท้ายที่ชื่อว่า Prelude -resolution-

ฮิโรโตะ – เพลงนี้เหมือนคำเชิญมาทัวร์อัลบั้มของเราครับ คุณสามารถกลับไปฟังเพลงแรกหลังจากจบเพลงนี้ได้ หรือคุณจะมาทัวร์ของเราก็ได้ เพลงนี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้

-- โลกที่สวยงามกำลังรออยู่ที่อีกฝั่งของนาฬิกาที่กำลังเดินจากช่วงสุดท้ายของ from KURAYAMI

ฮิโรโตะ – ใช่แล้วครับ! สำหรับผม คือมีซิงเกิ้ล SHINING ซึ่งอีกด้านนึง ก็จะมีเพลง from KURAYAMI จากเพลงนี้ เราก็ไปฟัง Prelude -resolution- จากนั้นมันก็จะเชื่อมต่อกับเพลงแรกของอัลบั้มหรือเพลงแรกในทัวร์ของเรา เป็นภาพแบบนี้แหละครับ

-- นั่นแหละ! เพลงแรกของจริงของอัลบั้มนี้คือซิงเกิ้ล SHINING

ฮิโรโตะ – คือเพลงแรกของอัลบั้มจริงๆ แล้วก็คือ SHINING นั่นแหละครับ

-- จะ..จริงด้วย

โช – โอเค ผมเข้าใจแล้วล่ะ สำหรับแฟน Alice Nine ที่อ่านบทความนี้ของ BARKS นะครับ พวกเขาจะเริ่มจากเพลง SHINING และ from KURAYAMI แล้วก็ฟัง Prelude -resolution- ในอัลบั้ม แล้วถึงจะฟังอัลบั้ม Supernova ทำเพลย์ลิสต์จากตรงนั้น

-- โอเค (ยิ้ม) จากตรงนี้ เราขอเริ่มโปรเจคที่สองของ BARKS ต่อจากโปรเจคครบรอบสิบปีของ Alice Nine ในซิงเกิ้ล SHINING นะ จากชื่ออัลบั้ม คราวนี้คำถามคือ “ใครคือสตาร์ของคุณ!”

โช – สำหรับผมคือไฮด์ซัง (L’Arc~en~Ciel) ครับ นักร้องของวงแรกที่ผมได้ไปดูไลฟ์ของไฮด์ซัง เขาเหมือน David Sylvian เลยล่ะ ผอมมาก และผมก็คิดว่าดูดีมากๆ ภาพนั้นติดอยู่ในใจผมมาตลอดจนถึงวันนี้ อีกอย่างคือผมได้รับอิทธิพลจากเนื้อเพลงของไฮด์ซังมากเลยด้วยครับ

ซางะ – นากานิชิ เคโซซังคือคนหนึ่งที่ผมชื่นชมจริงๆ ครับ สำหรับคนอื่นๆ ถึงแม้ผมจะนับถือพวกเขา แต่ก็จะมีสิ่งที่ผมจะทำแตกต่างจากคนเหล่านั้น แต่สำหรับนากานิชิซัง เขาสมบูรณ์แบบครับ ผมได้รับอิทธิพลจากเขามากเลยในเรื่องวิธีการทำดนตรีและมันก็สะท้อนออกมาทุกครั้งเวลาที่ผมเขียนเมโลดี้ของเพลง

ฮิโรโตะ – สตาร์...จะเป็นใครนะ... อ้อ! เป็นคนที่ใกล้ชิดกับพวกเรามากครับ คือทาคุโตะ มือกีตาร์ของวง about tess เราเพิ่งมาสนิทกันมากเมื่อปีที่แล้วนี่เอง เขาคิดแต่เรื่องกีต้าร์ครับ จนถึงจุดที่คุณคงไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย เขาเจิดจ้ามากเวลาจับกีต้าร์ ผมคิดมาตลอดเลยว่าต้องเรียนรู้เรื่องความคิดจากเขาครับ

-- สุดท้าย โทระซัง

โทระ – ทุกคนคือสตาร์ของผมครับ! ทุกคนต่างก็เจิดจ้าตามแบบของตัวเอง

ทุกคน – โอ้----! (หัวเราะ)

 

Interview& Text: Sachie Tojo

Translated by: Robotz Cherish@Facebook / TeMassu@exteen

 

Source: 

part1 - http://www.en.barks.jp/news/?id=1000004564

part 2 - http://www.en.barks.jp/news/?id=1000004565

Comment

Comment:

Tweet